News Ticker

NTT Com พัฒนาศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย

Logo

ศูนย์ใหม่ ซึ่งสามารถรองรับ IT load สูงถึง 45MW จะเปิดเปิดให้บริการในอินโดนีเซียในปลายปี 2020

โตเกียว–(BUSINESS WIRE)– 28 มิถุนายน 2019

NTT Communications Corporation (NTT Com) โซลูชั่นด้านไอซีทีและธุรกิจการสื่อสารระหว่างประเทศภายใน NTT Group (TOKYO: 9432) ประกาศในวันนี้ว่าจะพัฒนาศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ที่เบอกาซี ประเทศอินโดนีเซีย  ศูนย์ใหม่นี้จะเป็นที่รู้จักในนาม “Indonesia Jakarta 3 Data Center” (JKT3) และสามารถรองรับพื้นที่ด้านไอทีได้ถึง 18,000 ตารางเมตร (7,800 ช่อง) และ IT load จำนวน  45MW เมื่อดำเนินการแล้วอย่างเต็มที่  นับว่าเป็นโครงการแรกของ NTT Global Data Centres (GDC) ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างธุรกิจศูนย์ข้อมูล

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดีย ดูการเปิดตัวเต็มรูปแบบได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20190627005990/en/

Exterior image of "Indonesia Jakarta 3 data center" (Graphic: Business Wire)

ภาพภายนอกของ "Indonesia Jakarta 3 data center" (กราฟิก: Business Wire)

ในอินโดนีเซีย ความต้องการได้รับการกระตุ้นโดยการใช้งานของศูนย์ข้อมูลของสถาบันการเงินเนื่องโดยคำสั่งของรัฐบาลอินโดนีเซีย(*1)  นอกจากนี้ยังมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจาก OTT (*2) ซึ่งกำหนดเป้าหมายไปยังประชากรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก)  ด้วยแนวโน้มของตลาดเหล่านี้ อัตราการเติบโตของตลาดศูนย์ข้อมูลอยู่ที่ 21% ต่อปี

ศูนย์ข้อมูลสี่ชั้นแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงจาการ์ตา 30 กม.ไปทางตะวันออก  เนื่องจาก JKT3 ช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งห้องเซิร์ฟเวอร์และให้พื้นที่จัดวาง colocation เป็นรายช่อง JKT3 สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก OTTs และสถาบันการเงินที่ต้องการการจัดตั้งที่ยืดหยุ่น

  • สิ่งอำนวยความสะดวกที่เสถียรและขยายขนาดได้
    JKT3 เป็นไปตามมาตรฐาน "Nexcenter™" (*3) ของ NTT Com ที่สอดคล้องกับศูนย์ข้อมูลทั่วโลกซึ่งประกอบด้วยมากกว่า 300 รายการขึ้นไปและใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่เสถียรและมีประสิทธิภาพสูง  JKT3 มีโรงไฟฟ้าสองแห่งเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าตามสองเส้นทางที่ต่างกัน  สิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในศูนย์ข้อมูล อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศ และความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารล้วนมีความซ้ำซ้อน JKT3 จึงได้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแง่ของความน่าเชื่อถือ  นอกจากนี้ระบบการสร้างแบบแยกส่วนยังสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่ใช้พื้นที่ศูนย์ข้อมูลอย่างยืดหยุ่น สอดคล้องกับการขยายธุรกิจ
  • มาตรการดำเนินงานที่เข้มงวดและมาตรการรักษาความปลอดภัย
    ใน JKT3 นั้น NTT Com มีกระบวนการดำเนินงานที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีใน 24 ชั่วโมงต่อวัน 365 วันต่อปีเพื่อให้แน่ใจว่าการทำงานมีเสถียรภาพเกี่ยวกับระบบไอทีของลูกค้า
  • สภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ยอดเยี่ยม
    ในอาคารศูนย์ข้อมูล NTT Com ออกแบบเพื่อติดตั้งสายเคเบิลของผู้ให้บริการหลักตามเส้นทางที่แตกต่างกัน  ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากบริการเครือข่ายที่หลากหลาย เช่นการเชื่อมต่อกับ major IX(*4) จาก JKT2 ผ่านบริการการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลสื่อสาร IP ความจุและความเร็วสูงของ "Global IP Network" และบริการบริการ VPN ที่เถียรและความเร็วสูงของ "Arcstar Universal One"  สภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ยอดเยี่ยมนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถออกแบบระบบไอทีที่ใช้กับผู้ให้บริการรายใดก็ได้และสร้างสร้างสภาพแวดล้อมด้านไอซีทีแนวตั้งที่รวมบริการคลาวด์หลายบริการ รวมถึงศูนย์ข้อมูล NTT Com และบริการของ บริษัทอื่นๆ ทั่วโลก

เกี่ยวกับการสื่อสาร

NTT NTT Communications แก้ปัญหาความท้าทายทางเทคโนโลยีของโลกโดยการช่วยเหลือองค์กรต่างๆ ให้เอาชนะความซับซ้อนและความเสี่ยงในสภาพแวดล้อม ICT ด้วยโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีการจัดการ  โซลูชั่นเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนโดยโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกของเรา รวมถึงเครือข่ายชั้นนำระดับอุตสาหกรรม เครือข่ายสาธารณะและเอกชนระดับ tier-1 ทั่วโลกซึ่งมีมากกว่า 190 ประเท /ภูมิภาคและศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุดในโลกกว่า 400,000m2  ทีมบริการระดับมืออาชีพระดับโลกของเราให้คำปรึกษาและสถาปัตยกรรมเพื่อความยืดหยุ่นและความปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จทางธุรกิจของคุณและขนาดและความสามารถระดับโลกของเรานั้นไม่มีใครเทียบได้  เมื่อรวมกับ NTT Data, NTT Security, NTT DOCOMO และ Dimension Data เราคือ NTT Group

*1:

The Electronic Commerce Act (Law No. 11 of 2008)

และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง “The 82nd Ordinance of the Year 2012 (Presidential Decree)” มีผลบังคับใช้ในประเทศอินโดนีเซีย  ตามกฎระเบียบเหล่านี้ ผู้ประกอบการที่จัดการข้อมูลสาธารณะ (ข้อมูลลูกค้า) จะต้องใช้ศูนย์ข้อมูลในประเทศภายในเดือนตุลาคม 2017  นอกจากนี้ กฎหมาย 82nd Ordinance (Presidential Decree) ฉบับแก้ไขได้ถูกส่งไปยังรัฐบาลในเดือนกุมภาพันธ์ 2019 และคาดว่าผู้ประกอบการจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลลูกค้าในศูนย์ข้อมูลในประเทศหรือต่างประเทศ

*2:

คำย่อของ Over the Top ผู้ประกอบการที่ให้บริการเนื้อหาเช่นวิดีโอและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต นอกเหนือจากผู้ให้บริการโทรคมนาคม

*3:

Nexcenter™ เป็นแบรนด์ศูนย์บริการข้อมูลของ NTT Com.  NTT Com ให้บริการศูนย์ข้อมูลคุณภาพสูงในกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

*4:

ตัวย่อของ Internet Exchange จุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายราย

ดูฉบับแหล่งที่มาบน businesswire.com: https://www.businesswire.com/news/home/20190627005990/en/

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

Mr. Hiroshi Seo

Cloud Services

NTT Communications

Mail: wg-cl@ntt.com

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*


Protected with IP Blacklist CloudIP Blacklist Cloud